|
|
|
|
ล่องเรือชมหิ่งห้อย พักค้างคืนแบบโฮมสเตย์
ปัจจุบันการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ดูวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน และการพักแรมแบบโฮมสเตย์ ได้รับความนิยมไม่แพ้การท่องเที่ยวประเภทอื่นๆ และที่นี่ การล่องเรือชมหิ่งห้อย เที่ยวตลาดน้ำยามเย็น ของอำเภออำพวา ก็กำลังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเช่นกัน และเว็บไซต์แห่งนี้ก็จะเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยว ที่จะมาเที่ยวชม ตลาดน้ำยามเย็น ที่คลองอัมพวา และ การล่องเรือชมหิ่งห้อยในยามคำคืน พร้อมการต้อนรับอันอบอุ่นของผู้คนที่อำเภออัมพวาแห่งนี้ ลองมาเที่ยวอำเภออัมพวาแห่งนี้ดูสิครับ แล้วจะรู้ว่าคุ้มค่าแค่ไหน ... (ต้องการดูรูปใหญ่คลิกที่รูปนะครับ)
แนะนำทริปล่องเรือชมหิ่งห้อย แบบ 2 วัน 1 คืนครับ
สวัสดีครับ ทริปนี้เราจะมาแนะนำการท่องเที่ยว ล่องเรือชมหิ่งห้อย เที่ยวชมเดินกินอาหารหลากหลาย ณ ตลาดน้ำยามเย็นริมคลองอัมพวากันครับสำหรับท่านที่อยู่กรุงเทพฯ หรือจังหวัดใกล้เคียงกับจังหวัดสมุทรสงคราม เราขอแนะนำทริป 2 วัน 1 คืนครับ ใกล้แค่นี้เองครับ สำหรับที่อำเภออัมพวาตอนนี้ก็มีบ้านพักแบบโฮมสเตย์ให้เลือกพักมากมายครับ พร้อมแพ็คเกตทัวร์ให้เลือกครับ ด้วยราคาประมาณ 900 บาทถึงราคาหลักพันต้น ๆ ครับ (ต้องการดูรูปใหญ่คลิกที่รูปนะครับ) วางแผน + เริ่มออกเดินทางผมกับเพื่อนๆ ได้วางแผนกันว่าจะไปพักช่วงวันเสาร์และวันอาทิตย์โดยจะพักค้างคืนกัน 1 คือ โดยที่เลือกเป็นวันเสาร์กับวันอาทิตย์ก็เพราะ ผมได้ทำการตรวจสอบก่อนท่องเที่ยวแล้วพบว่า ตลาดน้ำยามเย็น ของที่นี้จะเปิดเป็นเวลานะครับ คือ วันศุกร์จะเปิด ตั้งแต่เวลา 15.00 น. จนถึงเวลา 22.00 น. และวันเสาร์ -อาทิตย์จะเปิดตั้งแต่เวลา 12.00 น. จนถึงเวลา 22.00 น. ครับ เพราะถ้าไปวันธรรมดาเราอาจจะไม่ได้เที่ยวที่ตลาดน้ำยามเย็นแห่งนี้นะครับ เดี๋ยวจะเหมือนไปไม่ถึงอัมพวาครับจากนั้นผมก็ได้เลือกที่พักพร้อมบริการแพ็คเกจทัวร์แบบ 2 วัน 1 คืน ซึ่งเค้าจะบริการทั้งที่พัก นั่งเรือชมหิ่งห้อย ตอนเช้าอีกวันก็จะมีนั่งเรือชมวิถีชีวิตริมสองฝั่งคลองพร้อมกับแวะไหว้พระตามวัดต่างๆ ตามแต่แพ็คเกจทัวร์ของแต่ละที่ครับ ซึ่งผมคิดว่าคุ้มค่าและก็สะดวกดีครับ และแล้ววันที่ผมกับเพื่อนๆ รอคอยก็มาถึง วันที่พวกเราจะได้ออกเดินทางไปสัมผัสชีวิต ริมสองฝั่งคลองที่อัมพวา วันนี้ตื่นเช้าแบบสบาย ๆ ครับไม่ต้องรีบครับ อยู่ใกล้กรุงเทพฯแค่นี้เอง แล้วทางที่พักก็นัดเช็คอินประมาณบ่าย 2 โมงครับ การเดินทางก็ประมาณ 2 ชั่วโมงครับ ขึ้นอยู่กับว่าใครอยู่ใกล้หรือไกลครับ ถ้าใครตื่นเช้าหน่อยก็สามารถไปแต่เช้าแวะสถานที่ท่องเที่ยวระหว่างทางก็ได้ครับ ไม่ว่ากันครับ แต่อย่าลืมสำรวจโปรแกรมทัวร์ก่อนนะครับว่าแพ็คเกจที่เราซื้อ นั้นพาไปเที่ยวที่ไหนบ้าง จะได้ไม่ซ้ำกันครับ .. ถึงที่พัก + พร้อมลุย
ใช้เวลาไม่นานนักพวกเราก็มาถึงที่พักเวลาประมาณบ่าย 2 โมงครับ สำหรับที่พักที่ผมจองไว้เค้ามีบริการที่จอดรถให้ครับ หลังจากจอดรถเสร็จแล้วเราก็เดินเลียบริมคลองไปยังที่พักเพื่อทำการเช็คอินและเก็บสัมภาระ ที่นี้เค้าบริการเราด้วยน้ำมะนาวดองครับ ไม่เคยกินที่ไหนมาก่อนเลยครับ ทุกคนติดใจมากถามกันใหญ่เลยครับว่าทำยังงัย แต่ได้รับคำตอบมาว่าไม่ได้ทำเองครับ ต้องสั่งซื้อและสถานที่ผลิตออกมาก็ได้รับเครื่องหมาย อย. ด้วยครับ ทางทีพักไม่สามารถผลิดเองได้ครับ วันนี้อากาศดีครับ พวกเรานั่งพักผ่อนกันริมคลองก่อนที่จะไปเดินตลาดน้ำในช่วงเย็น ๆ ครับ ระหว่างนั้นก็มีก๋วยเตี๋ยวเรือ เรือขายหอยเชลล์ย่าง ผ่านมาพอดี ก๋วยเตี๋ยวชามละ 10 บาทครับ ส่วนหอยเชลล์ย่างก็ถูกมากครับ กล่องละ 30 บาทครับ ถูกกว่ากรุงเทพฯมากมายนัก ดูปริมาณได้จากในรูปครับ เมื่อหนังท้องตึงหนังตาก็หย่อน ขอตัวพักผ่อนสักหน่อยครับเดี๋ยวเย็น ๆ จะได้ไปลุยกันต่อครับ.. (ต้องการดูรูปใหญ่คลิกที่รูปนะครับ)หลังจากแอบงีบสักพัก ประมาณ 4 โมงกว่า ๆ เราก็เริ่มเดินจากที่พักไปที่ตลาดน้ำยามเย็นกันครับ ไม่ไกลครับเพราะที่พักที่เราจองไว้อยู่ห่างจากตลาดน้ำยามเย็นประมาณ 100 - 150 เมตรเองครับ แถมยังได้เดินชมความสวยงามของสองฝั่งคลองด้วยครับ เดิมมายังไม่ทันไรก็ถึงแล้วครับ โอ้....ชั่งน่าตื่นตาตื่นใจจริงๆครับ นักท่องเที่ยวเต็มไปหมดเลย (นี่เราออกมาช้าไปรึเปล่าเนี่ย ทำไมคนเยอะจัง) มองดูบนฝั่ง ทั้งร้านค้าขายอาหาร ขายของที่ระลึก ขนมโบราณต่างๆ ผลไม้ไทยๆ ที่บางอย่างไม่เคยเห็นก็จะได้เห็นกันที่นี่ อาหารทะเลสดๆ ของเล่นจากกะลามะพร้าว หรือที่ทำจากสังกะสี ละลานตาไปหมดเลยครับ ไม่เท่านั้นนะครับ พอมองลงไปในคลอง เรือแม่ค้าเต็มไปหมดผู้คนดูสับสนแบบสนุกสนาน สั่งของจากเรือแม่ค้ากันให้วุ่นวาย ทำให้สนุกสนานเพลิดเพลินไปกับอรรถรสการกินของแต่ละผู้คน เดินไปทางไหนก็พบแต่ผู้คนและนักท่องเที่ยวที่ยิ้มแย้มแจ่มใส สนุกสนานกับการได้มาท่องเที่ยวและพักผ่อนเชิงอนุรักษ์กับที่ตลาดน้ำยามเย็นที่คลองอัมพวาแห่งนี้ ต้องลองมาเองสักครั้งครับแล้วจะรู้ครับ ผมเองคงจะบรรยายไม่ถูกครับ ... (ต้องการดูรูปใหญ่คลิกที่รูปนะครับ)
![]() ได้เวลาดูหิ่งห้อยกันแล้ว + ปิดท้ายด้วยซีฟู้ดจากทางที่พักเดินกินเดินเที่ยวอยู่พักใหญ่ ก็ใกล้ได้เวลานัดหมายไปนั่งเรือชมหิ่งห้อยแล้ว โดยที่พักได้นัดพวกเราไว้เวลา 19.30 น. ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีเรือหลายๆลำ เยอะแยะมากมายได้ออกจากท่าเรือ ซึ่งจะเป็นการชอหิ่งห้อยรอบแรก ซึ่งรอบแรกนี้มักจะเป็นนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยววันเดียวแล้วกลับ แต่ของพวกเราจะเป็นรอบที่ 2 แต่การไปรอบแรกจะเสียอย่างหนึ่งคือ เรือจะออกเยอะ และเรือจะไม่ค่อยจอดให้ชมหิ่งห้อยกลางทางเพราะถ้าจอดเรือลำหลังๆอาจจะชนท้ายเรือเอาได้ครับเพราะว่าการจราจรนั้นคึกคักมาก ถ้าจะให้ดีต้องมาพักสักหนึ่งคืนแล้วไปรอบที่ 2 จะดีกว่าครับได้ชมหิ่งห้อยกันเต็มอิ่มเลยครับ และถ้ายิ่งเจอคนขับเรือใจดีด้วยแล้วก็เต็มอิ่มจริงๆ ครับ หลังจากเตรียมตัวรอเรือได้สักพักเรือก็มารับเราตรงหน้าบ้านพักเลยครับ ไม่ต้องห่วงนะครับทางเรือมีเสื้อชูชีพให้ครับ ใครกลัวมากหน่อยก็ใส่ 2 ตัวได้ครับ
เรือออกแล้วครับ ระหว่างที่เรือแล่นออกจากบ้านพักไปตามคลองอัมพวา พวกเราได้เห็นแสงไฟยามค่ำคืนของที่พักแรมแบบโฮมสเตย์และร้านค้าต่างๆ มากมาย ดูแล้วช่างสวยงามจริงๆ ผ่านมาได้สักพักเราก็ได้พบกับสถานที่แห่งหนึ่งคือวัดจุฬามณี ซึ่งกุฏิและอุโบสถสร้างจากไม้สักเนื้อแข็งทั้งสิ้น ซึ่งถ้าดูจากรูปแล้วตอนกลางคือนก็สวยงามยิ่งนัก ไม่ต้องห่วงครับในวันพรุ่งนี้ก็จะมีเรือพาพวกเรามาไหว้พระที่นี่อีกครั้งในตอนเช้าครับ ถัดจากนี้เราก็ล่องเรือไปเรื่อยๆ ครับ คนขับบอกว่าไม่รีบครับให้พวกเราดูกันให้เต็มที่ครับ เราล่องเรือไปตามคลองผีหลอกครับ แค่ชื่อก็น่ากลัวแล้วครับ แต่ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดเมื่อพวกเราได้เห็นแสงกระพิบของหิ่งห้อยมากมาย ซึ่งหิ่งห้อยพวกนี้จะชอบอาศัยอยู่ที่ต้นลำพูครับ แต่ระหว่างชมหิ่งห้อยมีข้อควรจะอยู่อย่างหนึ่งนะครับคือเรื่องของแสงไปครับ คือหิ่งห้อยจะสู้แสงที่สว่างกว่าตัวเองไม่ไหวครับ ฉะนั้นถ้าเราส่องไฟ หรือใช้แสงแฟลชระหว่างถ่ายรูป จะทำให้หิ่งห้อยดับแสงลงและจะทำให้เราไม่เห็นแสงหิ่งห้อยอีก ก็จะเสียโอกาสในการชมนะครับ ดังนั้นจึงขอเตือนไว้ก่อนนะครับ แต่หิ่งห้อยจะไม่ตอบสนองต่อเสียงของเรานะครับ ดั้งนั้นจึงพูดคุยกันได้ระหว่างชมหิ่งห้อยครับ แต่เป็นที่น่าเสียดายครับที่ผมไม่สามารถเก็บภาพหิ่งห้อยมาให้รับชมกันได้เนื่องจากไม่สามารถถ่ายติดครับ ต้องเป็นกล้องที่ราคาแพงครับถึงจะพอถ่ายติดครับชมหิ่งห้อยกันอยู่พักใหญ่ ก็ได้เวลากลับถึงที่พัก พร้อมกับทางที่พักได้จัดอาหารซีฟู้ดไว้ต้อนรับ มีทั้งกุ้ง ปลา ห้องแมลงภู่ ห้อยเชลล์ และน้ำจิ้มรสเด็นที่แสนจะอร่อยครับกับบรรยากาศเย็นสบายริ่มคลองแบบนี้ ช่างมีความสุขเสียนี้กระไร เมื่อจัดการกับซีฟู้ดบนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นเวลา 4 ทุ่มกว่าๆ จะนั่งคุยกันต่อ หรือไปเดินเที่ยวที่ตลาดอีกนิด หรือใครจะไปนอนพักผ่อนตุนแรงเอาไว้ในวันรุ่งขึ้นก็ไม่ว่ากันครับ.. ตื่นเช้าใส่บาตร + ปั่นจักรยาน + ล่องเรือไหว้พระ + อาหารกลางวันเช้านี้ผมตื่นประมาณตี 5 กว่า ๆ ครับ เพราะว่าทางที่พักได้เตรียมอาหารไว้ให้พวกเราได้ใสบาตรกันใช่ช่วงตั้งแต่ 6 โมงเช้าครับ พอได้เวลาก็พบว่าทางที่พักได้เตรียมอาหารไว้พร้อมแล้ว และก็มีพระเดินรับบาตรทั้งบนบก และพระที่พายเรือมารูปเดียว และพระที่มีลูกศิษย์พายเรือมาให้ ครั้งนี้ผมได้มีโอกาสได้ใส่บาตรพระที่พายเรือมาครับ มาเที่ยวครั้งนี้อิ่มบุญอีกต่างหากครับ6.30 น. เป็นเวลานัดหมายสำหรับท่านที่อยากออกกำลังกายในตอนเช้า นั่นคือจะมีไกด์พาปั่นจักรยานเที่ยวไปตามสวนของชาวบ้านดูวิถีชีวิตของชาวสวน ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร แต่ไม่ต้องห่วงนะครับทางเข้าสวนที่นี่เค้าทำเป็นถนนปูนให้สำหรับรถจักรยานได้ปั่นเที่ยวโดยเฉพาะครับ ตอนแรกได้ยินว่า 12 กิโลเมตรก็เหมือนจะไกลนะครับ พอไปๆมาๆ ก็วนกลับมาถึงที่พักแล้วครับ พร้อมกับข้าวต้มเมื้อเช้าไว้บริการครับ รองท้องกันได้ที เตรียวตัวอีกสักแป๊บก็จะได้เวลานัดหมายที่จะล่องเรือในตอนเช้าอีกแล้วครับ
![]() มาแล้วครับเรือที่นัดหมายไว้ ตรงเวลาพอดี 8.30 น. เป็นเรือลำใหญ่กว่าที่นั่งไปชมหิ่งห้อยครับ วันนี้ไปด้วยกัน 2 ลำครับ ลำที่ผมนั่งมีด้วยกัน 13 คน + 1 คนขับ + 1 ไกด์ครับ เช่นเคยครับทางที่พักบริการดีมากครับเอาใจใส่ตลอดเตรียมผลไม้เป็นอาหารว่างไปด้วยบนเรือครับ วันนี้เราจะได้ไปแวะชมวัดจุฬามณีกันในตอนเช้าเป็นที่แรกเลยครับ เป็นวัดที่สวยงามมากแห่งหนึ่งเลยทีเดียวครับ ลองคลิกดูความสวยงามที่รูปได้เลยครับ .. (ต้องการดูรูปใหญ่คลิกที่รูปนะครับ)
![]() หลังจากชมวัดไหว้พระขอพรเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็วกกลับมาบริเวณตลาดน้ำเพื่อกลับไปต้นคลองเพื่ออกสู่แม่น้ำแม่กลอง แต่ระหว่างทางเรือก็แวะให้ชมและซื้อของที่ร้านเก่าแก่ 2 ร้านใกล้ๆ กัน คือร้านสมานการค้าเป็นร้านกาแฟโบราณที่รสชาติอร่อยมากครับ และถัดไปเป็นร้านขนมเปี๊ย ขนมตุ้บตั้บ และขนมโบราณอื่น ๆ อีกมากมาย ที่นี่เราสามารถซื้อขนมเป็นของฝากได้นะครับ
![]() จากนั้นเราก็มุ่งหน้าสู่แม่น้ำแม่กลองเพื่อเดินทางไปยังวัดบางกุ้ง เพื่อกราบขอพรหลวงพ่อนิลมณีที่ค่ายบางกุ้ง ชมโบสถ์เก่าแก่สมัยอยุธยาที่ถูกต้นไม้ปกคลุมทั้งหลัง โบสถ์แห่งนี้อยู่ในอันซีนไทยแลนด์ด้วยนะครับ เมื่อได้เวลาเราด็เดินทางย้านกลับมาทางเดิมเพื่อแวะต้อที่วัดบางแคน้อย เพื่อชมโบสถ์ไม้สักแกะสลัก และขอพรหลวงพ่อ มาถึงวัดแห่งนี้แล้วอย่าลืมทำบุญเพื่อขอ "น้ำมันหลวงพ่อโสธร วัดบางแคน้อย" ด้วยนะครับ สรรพคุณ แก้โรคกระดูกทุกชนิด แก้แมลงมีพิษกัดต่อย ไหว้พระขอพรเสร็จ ดูเวลาอีกทีใกล้จะเที่ยงแล้ว ได้เวลาอาหารกลางวันแล้วครับ จากนั้นเรือได้พาเราไปรับประทานอาหารกลางวันกันที่แพบริเวณหน้าสถานีตำรวจครับ มื้อนี้ก็ฟรีอีกเช่นกันรวมอยู่ในแพ็คเกจครับ อาหารอร่อยใช้ได้เลยครับ เวลาล่วงเลยมาสักพักก็ได้เวลากลับที่พักแล้วครับ เพื่อเตรียมตัวกลับบ้านครับ ..
![]() ทริปนี้เป็นทริปที่สนุกและคุ้มค่ามากเลยครับ สำหรับเงินเพียง 900 บาทต่อ 1 ท่าน ไม่รวมค่ารถมาจากกรุงเทพฯนะครับ อยากจะเชิญชวนทุกท่านมาสัมผัสกับบรรยาการของที่นี่ครับ ริมคลองอัมพวาแห่งนี้ครับที่จังหวัดสมุทรสงคราม เที่ยวเมืองไทยไม่ไปไม่รู้ ถ้าไม่ได้มาสัมผัสเอง.. ... |